สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ดร.สักกเวท ยอแสง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล พร้อมคณะทำงานส่วนส่งเสริมการลงทุน ร่วมหารือกับ อ.พญ.ชญานิน นิติวรางกูร ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายนวัตกรรมและคู่ความร่วมมือ และอาจารย์แพทย์หน่วยรังสีวินิจฉัยโรคทรวงอก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล คุณศรีทิพย์ อุชชิน ที่ปรึกษาศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ และคณะทำงาน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมแนะแนวทางการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ภายใต้กลไกบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog)

โดย อ.พญ.ชญานิน ได้กล่าวถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ของโรงพยาบาลรามาธิบดี เช่น RAMAAI CXR Solution ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการทำงานของแพทย์ในการวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ทรวงอก โดยช่วยคัดกรองและตรวจจับความผิดปกติเบื้องต้นจากภาพเอกซเรย์ปอด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค ลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ และช่วยให้สามารถจัดลำดับความสำคัญของผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงหรือจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างเร่งด่วนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงที ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและการแพร่กระจายของโรค
นอกจากนี้ ระบบยังช่วยสนับสนุนแพทย์ให้สามารถสังเกตและระบุจุดผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจากผลการใช้งานและการทดสอบที่ผ่านมา ระบบสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบร่องรอยโรคจากภาพเอกซเรย์ และช่วยยกระดับความแม่นยำในการวินิจฉัยโดยรวมของแพทย์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันมีการนำร่องทดสอบระบบเพื่อใช้ประมวลผลภาพทางการแพทย์ในหลายโรงพยาบาล สะท้อนถึงศักยภาพของเทคโนโลยี AI ในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขและเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชนในวงกว้าง

ด้าน ดร.สักกเวท ได้กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย รวมถึงบทบาทของ depa ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ พร้อมชี้ให้เห็นโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่ประกอบด้วยภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการ SMEs และภาคเกษตรกรรม ซึ่งมีความจำเป็นต้องเร่งยกระดับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ depa ได้ดำเนินการส่งเสริมผ่านกลไกสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างระบบนิเวศดิจิทัล (Ecosystem Enabling) การส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล (Reinforcement) และการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัล (Transform) เพื่อผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างเป็นระบบ โดย depa มีกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านมาตรการการส่งเสริมต่างๆ เช่น depa mini Transformation Fund, depa Digital Manpower Funds, depa Digital Startup Fund และ d-Station ซึ่งล้วนเป็นเครื่องมือในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ระบบนิเวศดิจิทัลไทย.

ดร.สักกเวท ได้บรรยายถึงกลไกบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการด้านดิจิทัลเข้าถึงหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อีกทั้งยังช่วยให้หน่วยงานภาครัฐเข้าถึงซอฟต์แวร์ที่มีมาตรฐาน dSURE และผ่านการรับรองขึ้นทะเบียนบัญชีบริการดิจิทัล และยังได้อธิบายถึงสิทธิประโยชน์สำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น สิทธิประโยชน์ในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุส่งเสริมดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงโดยไม่จำกัดวงเงิน พร้อมยกตัวอย่าง Real Use Cases ของหน่วยงานภาครัฐที่มีการใช้งานสินค้าในบัญชีบริการดิจิทัล, มาตรการภาษี Tax200% สำหรับ SMEs ที่จะสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าสูงสุดที่ 300,000 บาท สิทธิมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลจาก BOI สำหรับภาคเอกชน ซึ่งเป็นการยกเว้นภาษีรายได้นิติบุคคลตามขนาดของธุรกิจเพื่อเป็นการยกระดับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมาย และอีกหนึ่งสิทธิประโยชน์ล่าสุดจาก BOI มาตรการสนับสนุนการลงทุนใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยเงินสนับสนุนสูงสุด 50% ไม่เกิน 100 ล้านบาทของมูลค่าการลงทุนต่อนิติบุคคล ซึ่งจะต้องพัฒนาหรือปรับปรุง โดย Digital Provider ในบัญชีบริการดิจิทัล นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงโครงการ Local Government Transformation Cloud หนุนหน่วยงานภาครัฐท้องถิ่น ยกระดับการบริการภาครัฐผ่านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เพื่อเมืองอัจฉริยะท้องถิ่นด้วยผู้ประกอบการบนบัญชีบริการดิจิทัล รวมถึงความร่วมมือกับ สสว. ภายใต้โครงการ BDS “SME Spring Board” ที่สนับสนุน SMEs สูงสุด 50% ไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับการเลือกใช้สินค้าและบริการจากผู้ประกอบการบนบัญชีบริการดิจิทัล
การหารือครั้งนี้ อ.พญ.ชญานิน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ RAMAAI CXR Solution และนวัตกรรมอื่น ๆ ของโรงพยาบาลรามาธิบดี รวมถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่กลไกการส่งเสริมของภาครัฐ ซึ่งทาง depa ได้ให้คำแนะนำและแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อการต่อยอดผลิตภัณฑ์ดิจิทัลไทยสู่การใช้งาน ัล