สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ขยายการขับเคลื่อนโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) มาสู่จังหวัดที่ 3 อย่าง ชลบุรี หนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ ภายใต้โซนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อเร่งยกระดับภาคเกษตรไทยสู่ Smart Agriculture อย่างเป็นรูปธรรม มุ่งยกระดับศักยภาพเกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ภายใต้กิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคตะวันออก ณ จังหวัดชลบุรี ให้สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน พร้อมเปิดเวทีนำเสนอไอเดียเพื่อเข้ารับการสนับสนุนจากภาครัฐ

โดยได้รับเกียรติจาก นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.อภิชาติบุตร รอดยัง ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก depa และนายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน depa และ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงเกษตรกรและกลุ่มชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง กว่า 103 ชุมชน/ราย
นายบุญทวี กล่าวว่า “โครงการ OTOD #3 เป็นกลไกเร่งการเปลี่ยนผ่านจาก “เกษตรแบบดั้งเดิม” ไปสู่ “เกษตรแม่นยำเกษตรมั่นคง และเกษตรยั่งยืน” ที่ช่วยยกระดับทักษะดิจิทัลของเกษตรกรและชุมชน พร้อมปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุน และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยอาศัยเทคโนโลยีสำคัญที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน dSURE ไม่ว่าจะเป็นโดรนเพื่อการเกษตร เครื่องจักรอัจฉริยะ และระบบบริหารจัดการแปลงแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจบนข้อมูลและก้าวสู่เกษตรอัจฉริยะได้อย่างแท้จริง สำหรับกิจกรรมในวันนี้ เราไม่ได้มุ่งเพียงการให้ความรู้ แต่ต้องการสร้างโอกาสใหม่ ผ่านการจัดแสดงเทคโนโลยีจริง การจับคู่ธุรกิจ และเวที Pitching ที่เปิดพื้นที่ให้ชุมชนและผู้ประกอบการได้ต่อยอดไอเดียสู่การดำเนินงานจริง พร้อมโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนภายใต้มาตรการ d-Community และ d-Startup”

ด้าน นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า “จังหวัดชลบุรีรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม OTOD #3 ในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมของพื้นที่ในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศโดยเฉพาะในบริบทของ EEC ที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงนวัตกรรม เทคโนโลยี และภาคการผลิตเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรมในนวันนี้ การพัฒนาเกษตรกรรมไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลผลิต แต่คือการยกระดับสู่เกษตรมูลค่าสูงที่ตอบโจทย์ตลาดโลก ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นกลไกสำคัญ ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การใช้ข้อมูล และการเข้าถึงตลาด ภายใต้โครงการOTOD #3 ในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรของภูมิภาคไปสู่ Smart Agriculture อย่างยั่งยืน”

ภายใต้กิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Digital Agriculture Pitching Day ผู้เข้าร่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกจะได้สัมผัสการพัฒนาแบบเข้มข้น ทั้งในมิติของเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล การต่อยอดรายได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงการเชื่อมโยงสู่แหล่งทุนและพาร์ทเนอร์ธุรกิจ โดยมีการจัดแสดงเทคโนโลยีจริง (AgriTech Showcase) และกิจกรรม Business Matching ที่เปิดพื้นที่ให้เกิดการ “จับคู่จริง ทำธุรกิจจริง” ระหว่างชุมชนและผู้ให้บริการเทคโนโลยี โดยกิจกรรมครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรดิจิทัลถ่ายทอดองค์ความรู้ อาทิ นายยงยุทธ เลารุจิราลัย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและ แปรรูปมะเดื่อฝรั่ง อำเภอบ่อทอง นายชวลิต ชัยงาม ประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าวตำบลนาวังหิน และประธานศูนย์ข้าวชุมชนตำบลนาวังหิน ผู้ใหญ่บ้านณรงค์ชัย เหมสุวรรณ ผู้นำชุมชนระบบพลังงานไฟฟ้าสะอาด เกาะจิก และคุณต่อลาภ สมัครัตน์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาภาคการเกษตรและเศรษฐกิจชุมชน

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของกิจกรรมคือ Digital Agriculture Pitching Day เวที Pitching ระดับภูมิภาค ชิงทุนพัฒนาเทคโนโลยีในชุมชนที่เปิดโอกาสให้กลุ่มชุมชนและผู้ประกอบการนำเสนอแนวคิดโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจาก depa แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. การยกระดับกลุ่มชุมชนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (d-Community) สนับสนุนไม่เกิน150,000 บาทต่อโครงการ 2. การยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัล (d-Startup) สนับสนุนไม่เกิน 200,000 บาทต่อโครงการ สำหรับผู้เข้าร่วมจะได้รับการพัฒนาทักษะการให้คำปรึกษา และโอกาสในการต่อยอดธุรกิจจากเครือข่ายพันธมิตรของโครงการ ซึ่งได้รับเกียรติจาก นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นางอาภากรบุญมาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นางสาวภัทศา ปิณฑะศิริ สภาเกษตรกรจังหวัดชลบุรีนายภรัณยุ จุฑาสันติกุล มูลนิธิเอสซีจี นางสาวอนงค์นารถ วัชรธรรม บริษัท เจียไต๋ จำกัด และนายเธมส์นที สุวรรณพลาย บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการตัดสิน
สำหรับกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Digital Agriculture Pitching Day ภาคตะวันออก มีกลุ่มชุมชนและเกษตรกรที่ผ่านการพิจารณาประเภท d-community จำนวน 39 ราย ซึ่งมีคะแนนสูงสุดได้รับเงินรางวัลพิเศษ 12,000 บาท ได้แก่ กลุ่มปรับปรุงคุณภาพทุเรียนบ้านคลองขวาง จ.ตราด ขณะที่ประเภท d-startup มีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 5 ราย ซึ่งมีคะแนนสูงสุดได้รับเงินรางวัลพิเศษ 12,000 บาท ได้แก่ นายสามารถ ดวงวิจิตรกุล

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมในจังหวัดชลบุรีนับเป็นหมุดหมายสำคัญของการขยายผลสู่พื้นที่เศรษฐกิจศักยภาพสูง ก่อนเดินหน้าสู่จังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยจะมีการเดินทางต่อเนื่องอีก 5 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สงขลา ภูเก็ต อุบลราชธานี และขอนแก่น เพื่อกระจายโอกาสและสร้างการเติบโตอย่างทั่วถึงในเศรษฐกิจดิจิทัล
กิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day ครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 21 - 22 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จ.พระนครศรีอยุธยา สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ OTOD#3 ได้แล้ววันนี้ – 23 กรกฎาคม 2569 โดยศึกษารายละเอียดของโครงการได้ที่ https://otod3.depa.or.th หรือ LINE OA: https://lin.ee/sBiJezT พร้อมติดตามข่าวสารที่ Facebook Page: depa Thailand